วันศุกร์ที่ 30 เมษายน พ.ศ. 2564

26 เมษายน 2564

 อาจารย์ให้เพื่อนที่ทำวิจัยเพื่อเตรียมนำเสนอเสร็จแล้วมาลองนำเสนอเพื่อเป็นแบบอย่างให้เพื่อนดู และให้ช่วยกันพิจารณา ว่าต้องเพิ่มเติมส่วนใด จากนั้นอาจารย์ให้เวลานักศึกษาที่เหลือไปจัดทำ Power point ของแต่ละคน และอัดคลิปนำเสนอ 



27 เมษายน 2564

 อาจารย์ให้ลองเขียนแผนการสอน และเครื่องมือการวิจัย









19 เมษายน 2564

 พบเจออาจารย์หลังจากหยุดยาว อาจารย์ได้ให้นักศึกษาเตรียมนำเสนอวิจัย บทที่ 1- 3 ว่าให้ไปตรวจสอบความเรียบร้อยและเตรียมนำเสนอเป็น Power point โดยใส่ประเด็นในแต่ละหัวข้อของแต่ละบท

13 เมษายน 2564

 เนื่องจากเป็นวันหยุด จึงได้ทำการทบทวนและแก้ไขวิจัยให้มีความสมบูรณ์

12 เมษายน 2564

 เนื่องจากเป็นวันหยุด จึงได้ทำการทบทวนและแก้ไขวิจัยให้มีความสมบูรณ์

6 เมษายน 2564

 เนื่องจากเป็นวันหยุด จึงได้ทำการทบทวนและแก้ไขวิจัยให้มีความสมบูรณ์

5 เมษายน 2564

 นำวิจัยที่ตรวจแล้วมาแก้ไขให้สมบูรณ์และหาเครื่องมือที่เป็นแบบสังเกตหรือแบบทดสอบที่มีความเหมาะสมกับวิจัยของตนเองมาใส่ให้มีความสอดคล้องกัน

30 มีนาคม 2564

 อาจารย์นัดตรวจวิจัยที่ได้ทำการแก้ไขแล้ว

 

 
บทที่ 3

วิธีดำเนินการวิจัย

 

                   การวิจัยเรื่อง การเล่านิทานคุณธรรมที่มีผลต่อการลดพฤติกรรมก้าวร้าวเด็กปฐมวัยชั้นปีที่ 2/4  มีขั้นตอนในการดำเนินการดังต่อไปนี้

                           1.    กำหนดประชากรและกลุ่มตัวอย่าง

                           2.    รูปแบบการศึกษา

                           3.    เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย

                           4.    การสร้างและหาคุณภาพเครื่องมือการวิจัย

                           5.    การวิเคราะห์ข้อมูล

                           6.  สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล

                  

การกำหนดประชากรและกลุ่มตัวอย่าง

                   ประชากร

                   ประชากรที่ใช้ในศึกษาค้นคว้าในครั้งนี้ ประกอบด้วย เด็กปฐมวัยอายุระหว่าง 5-6 ปี ซึ่งกำลังศึกษาอยู่ในระดับชั้นอนุบาลปีที่ 2 ภาคเรียนที่1 ปีการศึกษา 2564 โรงเรียนเทพวิทยา จำนวน 4 ห้อง ห้องละ 30 คน รวมทั้งสิ้น 120 คน

                   กลุ่มตัวอย่าง

                   กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษาค้นคว้าในครั้งนี้ เป็นเด็กปฐมวัยชายหญิงอายุระหว่าง 5-6 ปี ซึ่งกำลังศึกษาอยู่ในชั้นอนุบาลปีที่ 2/4 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2564 โรงเรียนเทพวิทยา ได้มาจากการสุ่มแบบแบ่งกลุ่ม (Cluster Random Sampling) ด้วยวิธีการคัดเลือกมา 1 ห้องจาก 4 ห้องเรียน ทุกห้องมีลักษณะคล้ายคลึงกัน

                  

รูปแบบการศึกษา

                การศึกษาค้นคว้าเป็นการวิจัยกึ่งทดลองโดยใช้แบบแผนการวิจัยแบบกลุ่มเดียวทดสอบก่อนและหลังการทดลอง

ตารางที่ 1. แบบแผนการทดลอง

 

กลุ่มประชากรซึ่งเป็นเด็กปฐมวัยที่ได้รับการจัดกิจกรรมนิทานคุณธรรม

     O1               X               O2              

                            

                   O  หมายถึง กลุ่มประชากรซึ่งเป็นเด็กปฐมวัยที่ได้รับการจัดกิจกรรมการเล่านิทานคุณธรรม

                   O1 หมายถึง การทดสอบก่อนการจัดกิจกรรม

                   O2 หมายถึง การทดสอบหลังการจัดกิจกรรม

                   X  หมายถึง การจัดกิจกรรมการเล่านิทานคุณธรรม

 

เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย

                   เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้แบ่งออกเป็น 2 ประเภท ได้แก่ เครื่องมือสำหรับใช้ในการทดลองและเครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล ดังนี้

                           1.    แผนการจัดประสบการณ์หน่วยเด็กดีมีคุณธรรม 24 แผน

                           2.    แบบสังเกตพฤติกรรมของเด็กปฐมวัย ชั้นปีที่ 2/4

                          

การสร้างและหาคุณภาพเครื่องมือการวิจัย

                   การวิจัยเรื่อง  การเล่านิทานคุณธรรมที่มีผลต่อการลดพฤติกรรมความก้าวร้าวเด็กปฐมวัย ชั้นปีที่ 2/4 มีการสร้างและหาคุณภาพ ดังนี้

                   1.     การสร้างแผนการจัดประสบการณ์ มีการสร้างและตรวจสอบคุณภาพเครื่องมือ ดังนี้

                           1.1  ศึกษาเอกสาร แนวคิด หลักการ ทฤษฎีและงานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับการจัดกิจกรรมการเล่านิทานคุณธรรม ได้แก่ ทัศนีย์ อินทรบำรุง (2539)  สุภัค ไหวหากิจ (2544)  ปราณี ปริยวาที (2551)

                           1.2  กำหนดเนื้อหาเพื่อจัดทำแผนการจัดกิจกรรมเล่านิทานคุณธรรม โดยใช้นิทานที่มีเนื้อเรื่องสอดคล้องกับจุดประสงค์ในการลดพฤติกรรมก้าวร้าว12 เรื่อง ดังนี้

                           1.3 สร้างแผนการจัดกิจกรรมเล่านิทานคุณธรรม จำนวน 24 แผน ซึ่งประกอบไปด้วย

                                   1.3.1 วัตถุประสงค์

                                   1.3.2 สาระการเรียนรู้

                                          1.3.2.1 สาระที่ควรเรียนรู้

                                          1.3.2.2 ประสบการณ์สำคัญ

                                   1.3.3 กิจกรรม

                                   1.3.4 สื่อ

                                   1.3.5 การประเมินผล

                                  

                           1.3  ตรวจสอบคุณภาพแผนกิจกรรมเล่านิทานคุณธรรมโดยนำแผนการจัดประสบการณ์เล่านิทานคุณธรรมที่ผู้วิจัยสร้างขึ้น ให้ผู้เชี่ยวชาญ 3 ท่านตรวจสอบวิเคราะห์ข้อมูลด้วยการหาค่าดัชนีความสอดคล้อง เพื่อหาความสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ (Index of Item Objective Congruence : IOC) โดยให้มีความคิดเห็นตรงกันอย่างน้อย 2ใน3 มีค่าเท่ากับ 0.5 ขึ้นไป ถือว่าเชื่อถือได้ เกณฑ์การพิจารณาดังนี้

                                                                + 1  หมายถึง เมื่อผู้เชี่ยวชาญเห็นด้วย

                                                                0     หมายถึง เมื่อผู้เชี่ยวชาญไม่แน่ใจ

                                                                - 1   หมายถึง เมื่อผู้เชี่ยวชาญไม่เห็นด้วย

                           1.4  ปรับปรุงแก้ไขแผนการจัดกิจกรรมการเล่านิทานคุณธรรมตามคำแนะนำของผู้เชี่ยวชาญ

                           1.5  ทดลองใช้ (Try - Out) แผนการจัดกิจกรรมการเล่านิทานคุณธรรมกับเด็กที่ไม่ใช่กลุ่มตัวอย่าง ที่มีลักษณะคล้ายกลุ่มตัวอย่าง จำนวน 30 คน เพื่อหาความเป็นไปได้

                           1.6 ปรับปรุงแก้ไขแผนการจัดกิจกรรมการเล่านิทานคุณธรรมให้เป็นฉบับสมบูรณ์

                           1.7 นำแผนการจัดกิจกรรมการเล่านิทานคุณธรรมไปทดลองใช้กับเด็กกลุ่มตัวอย่าง ที่อยู่ชั้นอนุบาล 2/4 อายุ 5-6 ปี โรงเรียนเทพวิทยา

              2.   การสร้างแบบสังเกตพฤติกรรมเด็กปฐมวัยชั้นปีที่ 2/4มีการสร้างและตรวจสอบคุณภาพเครื่องมือ ดังนี้

                           2.1  ศึกษาแนวคิด หลักการ ทฤษฎี และผลงานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับพฤติกรรมก้าวร้าวของเด็กปฐมวัย เพื่อเป็นข้อมูลในการสร้างแบบสังเกตพฤติกรรมก้าวร้าวของเด็ก

                           2.2  สร้างแบบสังเกตพฤติกรรมพฤติกรรมก้าวร้าวของเด็กปฐมวัย

                           กำหนดเกณฑ์การประเมินดังนี้

1  คะแนน  หมายถึง ดี คำอธิบาย ไม่มีการแสดงออกทางพฤติกรรมก้าวร้าว

2 คะแนน  หมายถึง พอใช้ คำอธิบาย มีการแสดงออกทางพฤติกรรมก้าวร้าวบ้างบางครั้ง

3 คะแนน  หมายถึง ควรส่งเสริม คำอธิบาย มีการแสดงพฤติกรรมก้าวร้าว

                           เกณฑ์การแปลความหมายคะแนนพฤติกรรมความก้าวร้าวของเด็กปฐมวัย

คะแนน 1 – 9 หมายถึง พฤติกรรมก้าวของเด็กปฐมวัยอยู่ในระดับน้อย

คะแนน 10 - 18 หมายถึง พฤติกรรมก้าวร้าวของเด็กปฐมวัยอยู่ในระดับปานกลาง

คะแนน 19 – 27 หมายถึง พฤติกรรมก้าวร้าวของเด็กปฐมวัยอยู่ในระดับมาก

                           2.3  ตรวจสอบคุณภาพแบบสังเกตพฤติกรรรมก้าวร้าวของเด็กปฐมวัย โดยเสนอต่อผู้เชี่ยวชาญ จำนวน 3 ท่าน พิจารณาตรวจสอบความสอดคล้องของรายการการประเมิน นำคะแนนที่ได้จากการลงความเห็นจากผู้เชี่ยวชาญทั้ง 3 ท่าน มาหาค่าดัชนีความสอดคล้องระหว่างรายการประเมินพฤติกรรมก้าวร้าวของเด็กปฐมวัยกับวัตถุประสงค์  (Index of Item Objective Congruence : IOC) โดยให้มีความคิดเห็นตรงกันอย่างน้อย 2 ใน 3 มีค่าเท่ากับ 0.5 ขึ้นไป ถือว่าใช้ได้ เกณฑ์การพิจารณาดังนี้

                                   +1 หมายถึง เมื่อผู้เชี่ยวชาญเห็นว่าสอดคล้อง

                                     0  หมายถึง  เมื่อผู้เชี่ยวชาญเห็นว่าไม่แน่ใจว่าสอดคล้อง

                                   -1   หมายถึง  เมื่อผู้เชี่ยวชาญเห็นว่าไม่สอดคล้อง

                           2.4  ปรับปรุงแก้ไขแบบสังเกตพฤติกรรมก้าวร้าวของเด็กปฐมวัยตามข้อเสนอแนะของผู้เชี่ยวชาญ

                           2.5  ทดลองใช้ (Try out) แบบสังเกตพฤติกรรมก้าวร้าวของเด็กปฐมวัย ที่ไม่ใช่กลุ่มตัวอย่างเพื่อความเป็นไปได้

                           2.6 ปรับปรุงแก้ไขแบบสังเกตพฤติกรรมก้าวร้าวของเด็กปฐมวัยให้เป็นฉบับสมบูรณ์

                           2.7 จัดทำแบบสังเกตพฤติกรรมก้าวร้าวของเด็กปฐมวัยฉบับสมบูรณ์ไปใช้กับกลุ่มตัวอย่าง

 

3. วิธีดำเนินการทดลอง

3.1  การเตรียมการก่อนการทดลองเรื่องนิทานคุณธรรมเพื่อให้การดำเนินการทดลองเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ผู้วิจัยได้เตรียมความพร้อมดังนี้

                           1)    จัดเตรียมเครื่องมือในการทดลองประกอบด้วย แผนการจัดประสบการณ์กิจกรรมเล่านิทานคุณธรรม

                           2)    ดำเนินการทดลองเล่านิทานคุณธรรมมีขั้นตอนดังนี้

                                    1.  สร้างความคุ้นเคยกับเด็กกลุ่มตัวอย่าง เป็นระยะเวลา 3 วัน วันละ 20 นาที

                                    2. ทดสอบ (Pretest) กับเด็กทั้งห้อง

                   3.2  ดำเนินการทดลอง โดยการจัดกิจกรรมเล่านิทานคุณธรรม ตามแบบแผนการจัดกิจกรรม เป็นเวลา 8 สัปดาห์ ได้แก่ จันทร์ พุธ พฤหัส  ศุกร์ วันละ 30 นาที ขณะทำการทดลอง ผู้วิจัยใช้กล้องวีดีโอบันทึกภาพเพื่อใช้เป็นหลักฐานด้านผลการลดพฤติกรรมของเด็กปฐมวัย

                   3.3  บันทึกข้อมูลพฤติกรรมก้าวร้าวของเด็กปฐมวัย ระหว่างกิจกรรมการเล่านิทานคุณธรรม

                 3.4  เมื่อสิ้นสุดการทดลอง นำข้อมูลมาวิเคราะห์ทางสถิติ เปรียบเทียบข้อมูลพื้นฐานทุกด้านเพื่อการศึกษาการเปลี่ยนแปลงของพฤติกรรมก้าวร้าวของเด็กปฐมวัยที่มีระดับความเชื่อมั่นต่างกันตลอดช่วงเวลาการจัดกิจกรรมการเล่านิทานคุณธรรม โดยนำคะแนนของผู้สังเกตมาวิเคราะห์ด้วยวิธีทางสถิติ       

 

4.การเก็บรวบรวมข้อมูล

                            ผู้วิจัยดำเนินการทดลองและเก็บรวบรวมข้อมูลดังนี้

                            1.เก็บรวบรวมข้อมูลจากการบันทึกแบบสังเกตพฤติกรรมก้าวร้าวของเด็กปฐมวัยที่ผู้วิจัยสร้างขึ้นโดยใช้ผู้สังเกตจำนวน 2 คน คือ ผู้วิจัยและผู้ช่วยผู้วิจัย

                            2.เก็บข้อมูลพื้นฐานทุกด้านจากกลุ่มตัวอย่างจำนวน 30 คน โดยสังเกตพฤติกรรมก้าวร้าวของเด็กปฐมวัยขณะได้รับการจัดกิจกรรมการเล่านิทานคุณธรรม

 

การบันทึกคะแนน

                            1.การบันทึกแบบสังเกตพฤติกรรมก้าวร้าว ถ้าในช่วงเวลาที่ทำการสังเกต เด็กเกิดพฤติกรรมก้าวร้าวตรงกับข้อใดและตรงกับช่องระดับคะแนนของพฤติกรรมก้าวร้าวข้อใด ให้ทำเครื่องหมาย / ลงในข้อนั้น

                            2.การบันทึกการให้คะแนนของแบบสังเกตพฤติกรรมก้าวร้าวกำหนดเป็น 1,2,3

                            3.เมื่อสิ้นสุดแต่ละสัปดาห์ นำคะแนนของผู้สังเกตทั้ง 2 คนมาหาผลรวม เพื่อนำข้อมูลที่ได้มาวิเคราะห์ด้วยวิธีทางสถิติ

 

5.การวิเคราะห์ข้อมูล

                   ผู้วิจัยนำข้อมูลที่ได้จากการทดลองมาวิเคราะห์ข้อมูล เสนอตามลำดับดังนี้

                   1. หาค่าสถิติพื้นฐานของพฤติกรรมก้าวร้าวของเด็กปฐมวัย ก่อนและระหว่างทำการทดลองในแต่ละสัปดาห์ โดยนำข้อมูลมาวิเคราะห์หาคะแนนเฉลี่ย (Mean) และความเบี่ยงเบนมาตรฐาน โดยใช้การคำนวณในโปรแกรมคอมพิวเตอร์

                   2.วิเคราะห์ความแปรปรวนของคะแนนพฤติกรรมก้าวร้าวของเด็กปฐมวัย โดยใช้วิธีวิเคราะห์ความแปรปรวนแบบวัดซ้ำ (One – way Repeated-Measures ANOVA) โดยใช้การคำนวณในโปรแกรมคอมพิวเตอร์

 

สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล

                   1.สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์เครื่องมือ

                      1.1 การหาความเที่ยงตรงตามเนื้อหาของแบบสังเกตพฤติกรรมก้าวร้าวของเด็กปฐมวัย โดยใช้ดัชนีความสอดคล้องระหว่างการจัดกิจกรรมการเล่านิทานคุณธรรมกับจุดประสงค์ โดยใช้สูตร IOC ดังนี้

 

                                          IOC  =   

 

เมื่อ                                   IOC             แทน       ดัชนีความสอดคล้องระหว่างพฤติกรรมก้าวร้าวกับจุดประสงค์

                                  

                                                     แทน       ผลรวมคะแนนความคิดเห็นของผู้เชี่ยวชาญ

                                          N                   แทน       จำนวนผู้เชี่ยวชาญ

1.2 ค่าความเชื่อมั่นของแบบสังเกตพฤติกรรมก้าวร้าวของเด็กปฐมวัย วิธีหาจากสูตรสัมประสิทธิ์ แอลฟา

                   การหาค่าความเที่ยงโดยใช้สูตรของครอนบัค (Cronbach) นี้ปรับมาจากสูตร KR-20 ใช้หาความเที่ยงของเครื่องมือวัดที่ให้คะแนนแตกต่างกันไปในแต่ละข้อได้ โดยไม่จำเป็นต้องเป็นระบบการให้คะแนนแบบ ๑ กับ 0 สูตรการคำนวณเป็นดังนี้

                                                               

                                                a =

 

เมื่อ            a      =  แทนความเที่ยงของแบบทดสอบ

                     =  แทนความแปรปรวนของแบบทดสอบ

                     =  แทนความแปรปรวนของคะแนนรวมของแบบทดสอบ

                   K     = แทนจำนวนแบบทดสอบทั้งหมด

                   การหาค่าความเที่ยงโดยใช้สูตรสัมประสิทธิ์แอลฟาสามารถหาได้โดยใช้ผลการสอบจากแบบทดสบอบฉบับเดียวนำไปสอบกับบุคคลกลุ่มเดียวและนำไปใช้กันได้อย่างกว้างขวางโดยไม่จำกัดเฉพาะแบบทดสอบที่ให้คะแนน ๑ กับ o

                  

2.สถิติพื้นฐาน

                   2.1 การหาค่าเฉลี่ยของคะแนน (Mean)

 

                               =  

 

เมื่อ                               แทน             ค่าเฉลี่ย

                   Σ x               แทน             ผลรวมทั้งหมดของข้อมูล

                    n                   แทน           จำนวนข้อมูลทั้งหมด

                  

                   2.2  ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (Standard Deviation) ใช้สูตร

 

                   S.D  = 

 

 

 

 

  เมื่อ         S.D         แทน ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน

 

                         แทน ผลรวมทั้งหมดของข้อมูล

 

                     แทน ผลรวมของข้อมูลแต่ละตัวยกกำลังสอง

                    

                   N             แทน จำนวนข้อมูลทั้งหมด


26 เมษายน 2564

 อาจารย์ให้เพื่อนที่ทำวิจัยเพื่อเตรียมนำเสนอเสร็จแล้วมาลองนำเสนอเพื่อเป็นแบบอย่างให้เพื่อนดู และให้ช่วยกันพิจารณา ว่าต้องเพิ่มเติมส่วนใด จาก...