อาจารย์นัดตรวจวิจัยที่ได้ทำการแก้ไขแล้ว
บทที่
3
วิธีดำเนินการวิจัย
การวิจัยเรื่อง
การเล่านิทานคุณธรรมที่มีผลต่อการลดพฤติกรรมก้าวร้าวเด็กปฐมวัยชั้นปีที่ 2/4 มีขั้นตอนในการดำเนินการดังต่อไปนี้
1. กำหนดประชากรและกลุ่มตัวอย่าง
2.
รูปแบบการศึกษา
3.
เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย
4.
การสร้างและหาคุณภาพเครื่องมือการวิจัย
5.
การวิเคราะห์ข้อมูล
6. สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล
การกำหนดประชากรและกลุ่มตัวอย่าง
ประชากร
ประชากรที่ใช้ในศึกษาค้นคว้าในครั้งนี้
ประกอบด้วย เด็กปฐมวัยอายุระหว่าง 5-6 ปี ซึ่งกำลังศึกษาอยู่ในระดับชั้นอนุบาลปีที่
2 ภาคเรียนที่1 ปีการศึกษา 2564 โรงเรียนเทพวิทยา จำนวน 4 ห้อง
ห้องละ 30 คน รวมทั้งสิ้น 120 คน
กลุ่มตัวอย่าง
กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษาค้นคว้าในครั้งนี้
เป็นเด็กปฐมวัยชายหญิงอายุระหว่าง 5-6 ปี ซึ่งกำลังศึกษาอยู่ในชั้นอนุบาลปีที่ 2/4
ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2564 โรงเรียนเทพวิทยา ได้มาจากการสุ่มแบบแบ่งกลุ่ม (Cluster Random Sampling)
ด้วยวิธีการคัดเลือกมา 1 ห้องจาก 4 ห้องเรียน ทุกห้องมีลักษณะคล้ายคลึงกัน
รูปแบบการศึกษา
การศึกษาค้นคว้าเป็นการวิจัยกึ่งทดลองโดยใช้แบบแผนการวิจัยแบบกลุ่มเดียวทดสอบก่อนและหลังการทดลอง
ตารางที่ 1. แบบแผนการทดลอง
|
กลุ่มประชากรซึ่งเป็นเด็กปฐมวัยที่ได้รับการจัดกิจกรรมนิทานคุณธรรม O1 X O2 |
O หมายถึง
กลุ่มประชากรซึ่งเป็นเด็กปฐมวัยที่ได้รับการจัดกิจกรรมการเล่านิทานคุณธรรม
O1 หมายถึง
การทดสอบก่อนการจัดกิจกรรม
O2 หมายถึง
การทดสอบหลังการจัดกิจกรรม
X หมายถึง การจัดกิจกรรมการเล่านิทานคุณธรรม
เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย
เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้แบ่งออกเป็น
2 ประเภท ได้แก่
เครื่องมือสำหรับใช้ในการทดลองและเครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล ดังนี้
1. แผนการจัดประสบการณ์หน่วยเด็กดีมีคุณธรรม
24 แผน
2. แบบสังเกตพฤติกรรมของเด็กปฐมวัย ชั้นปีที่ 2/4
การสร้างและหาคุณภาพเครื่องมือการวิจัย
การวิจัยเรื่อง การเล่านิทานคุณธรรมที่มีผลต่อการลดพฤติกรรมความก้าวร้าวเด็กปฐมวัย
ชั้นปีที่ 2/4 มีการสร้างและหาคุณภาพ ดังนี้
1. การสร้างแผนการจัดประสบการณ์ มีการสร้างและตรวจสอบคุณภาพเครื่องมือ
ดังนี้
1.1 ศึกษาเอกสาร แนวคิด หลักการ ทฤษฎีและงานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับการจัดกิจกรรมการเล่านิทานคุณธรรม
ได้แก่ ทัศนีย์ อินทรบำรุง (2539) สุภัค
ไหวหากิจ (2544) ปราณี ปริยวาที (2551)
1.2 กำหนดเนื้อหาเพื่อจัดทำแผนการจัดกิจกรรมเล่านิทานคุณธรรม
โดยใช้นิทานที่มีเนื้อเรื่องสอดคล้องกับจุดประสงค์ในการลดพฤติกรรมก้าวร้าว12
เรื่อง ดังนี้
1.3 สร้างแผนการจัดกิจกรรมเล่านิทานคุณธรรม จำนวน 24 แผน ซึ่งประกอบไปด้วย
1.3.1
วัตถุประสงค์
1.3.2
สาระการเรียนรู้
1.3.2.1
สาระที่ควรเรียนรู้
1.3.2.2
ประสบการณ์สำคัญ
1.3.3
กิจกรรม
1.3.4
สื่อ
1.3.5
การประเมินผล
1.3 ตรวจสอบคุณภาพแผนกิจกรรมเล่านิทานคุณธรรมโดยนำแผนการจัดประสบการณ์เล่านิทานคุณธรรมที่ผู้วิจัยสร้างขึ้น
ให้ผู้เชี่ยวชาญ 3 ท่านตรวจสอบวิเคราะห์ข้อมูลด้วยการหาค่าดัชนีความสอดคล้อง
เพื่อหาความสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ (Index of Item Objective Congruence :
IOC) โดยให้มีความคิดเห็นตรงกันอย่างน้อย 2ใน3 มีค่าเท่ากับ 0.5
ขึ้นไป ถือว่าเชื่อถือได้ เกณฑ์การพิจารณาดังนี้
+ 1 หมายถึง เมื่อผู้เชี่ยวชาญเห็นด้วย
0 หมายถึง เมื่อผู้เชี่ยวชาญไม่แน่ใจ
- 1 หมายถึง เมื่อผู้เชี่ยวชาญไม่เห็นด้วย
1.4 ปรับปรุงแก้ไขแผนการจัดกิจกรรมการเล่านิทานคุณธรรมตามคำแนะนำของผู้เชี่ยวชาญ
1.5 ทดลองใช้ (Try - Out) แผนการจัดกิจกรรมการเล่านิทานคุณธรรมกับเด็กที่ไม่ใช่กลุ่มตัวอย่าง
ที่มีลักษณะคล้ายกลุ่มตัวอย่าง จำนวน 30 คน เพื่อหาความเป็นไปได้
1.6
ปรับปรุงแก้ไขแผนการจัดกิจกรรมการเล่านิทานคุณธรรมให้เป็นฉบับสมบูรณ์
1.7
นำแผนการจัดกิจกรรมการเล่านิทานคุณธรรมไปทดลองใช้กับเด็กกลุ่มตัวอย่าง
ที่อยู่ชั้นอนุบาล 2/4 อายุ 5-6 ปี โรงเรียนเทพวิทยา
2. การสร้างแบบสังเกตพฤติกรรมเด็กปฐมวัยชั้นปีที่ 2/4มีการสร้างและตรวจสอบคุณภาพเครื่องมือ
ดังนี้
2.1 ศึกษาแนวคิด หลักการ ทฤษฎี และผลงานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับพฤติกรรมก้าวร้าวของเด็กปฐมวัย
เพื่อเป็นข้อมูลในการสร้างแบบสังเกตพฤติกรรมก้าวร้าวของเด็ก
2.2 สร้างแบบสังเกตพฤติกรรมพฤติกรรมก้าวร้าวของเด็กปฐมวัย
กำหนดเกณฑ์การประเมินดังนี้
1 คะแนน
หมายถึง ดี คำอธิบาย ไม่มีการแสดงออกทางพฤติกรรมก้าวร้าว
2 คะแนน
หมายถึง พอใช้ คำอธิบาย มีการแสดงออกทางพฤติกรรมก้าวร้าวบ้างบางครั้ง
3 คะแนน
หมายถึง ควรส่งเสริม คำอธิบาย มีการแสดงพฤติกรรมก้าวร้าว
เกณฑ์การแปลความหมายคะแนนพฤติกรรมความก้าวร้าวของเด็กปฐมวัย
คะแนน 1 – 9 หมายถึง
พฤติกรรมก้าวของเด็กปฐมวัยอยู่ในระดับน้อย
คะแนน 10 - 18 หมายถึง
พฤติกรรมก้าวร้าวของเด็กปฐมวัยอยู่ในระดับปานกลาง
คะแนน 19 – 27 หมายถึง
พฤติกรรมก้าวร้าวของเด็กปฐมวัยอยู่ในระดับมาก
2.3
ตรวจสอบคุณภาพแบบสังเกตพฤติกรรรมก้าวร้าวของเด็กปฐมวัย
โดยเสนอต่อผู้เชี่ยวชาญ จำนวน 3 ท่าน
พิจารณาตรวจสอบความสอดคล้องของรายการการประเมิน
นำคะแนนที่ได้จากการลงความเห็นจากผู้เชี่ยวชาญทั้ง 3 ท่าน
มาหาค่าดัชนีความสอดคล้องระหว่างรายการประเมินพฤติกรรมก้าวร้าวของเด็กปฐมวัยกับวัตถุประสงค์ (Index of Item Objective Congruence :
IOC) โดยให้มีความคิดเห็นตรงกันอย่างน้อย
2 ใน 3 มีค่าเท่ากับ 0.5 ขึ้นไป ถือว่าใช้ได้ เกณฑ์การพิจารณาดังนี้
+1 หมายถึง
เมื่อผู้เชี่ยวชาญเห็นว่าสอดคล้อง
0
หมายถึง
เมื่อผู้เชี่ยวชาญเห็นว่าไม่แน่ใจว่าสอดคล้อง
-1 หมายถึง
เมื่อผู้เชี่ยวชาญเห็นว่าไม่สอดคล้อง
2.4 ปรับปรุงแก้ไขแบบสังเกตพฤติกรรมก้าวร้าวของเด็กปฐมวัยตามข้อเสนอแนะของผู้เชี่ยวชาญ
2.5 ทดลองใช้
(Try out)
แบบสังเกตพฤติกรรมก้าวร้าวของเด็กปฐมวัย ที่ไม่ใช่กลุ่มตัวอย่างเพื่อความเป็นไปได้
2.6 ปรับปรุงแก้ไขแบบสังเกตพฤติกรรมก้าวร้าวของเด็กปฐมวัยให้เป็นฉบับสมบูรณ์
2.7
จัดทำแบบสังเกตพฤติกรรมก้าวร้าวของเด็กปฐมวัยฉบับสมบูรณ์ไปใช้กับกลุ่มตัวอย่าง
3. วิธีดำเนินการทดลอง
3.1 การเตรียมการก่อนการทดลองเรื่องนิทานคุณธรรมเพื่อให้การดำเนินการทดลองเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ
ผู้วิจัยได้เตรียมความพร้อมดังนี้
1) จัดเตรียมเครื่องมือในการทดลองประกอบด้วย แผนการจัดประสบการณ์กิจกรรมเล่านิทานคุณธรรม
2) ดำเนินการทดลองเล่านิทานคุณธรรมมีขั้นตอนดังนี้
1. สร้างความคุ้นเคยกับเด็กกลุ่มตัวอย่าง
เป็นระยะเวลา 3 วัน วันละ 20 นาที
2. ทดสอบ (Pretest) กับเด็กทั้งห้อง
3.2 ดำเนินการทดลอง
โดยการจัดกิจกรรมเล่านิทานคุณธรรม ตามแบบแผนการจัดกิจกรรม เป็นเวลา 8 สัปดาห์
ได้แก่ จันทร์ พุธ พฤหัส ศุกร์ วันละ 30
นาที ขณะทำการทดลอง
ผู้วิจัยใช้กล้องวีดีโอบันทึกภาพเพื่อใช้เป็นหลักฐานด้านผลการลดพฤติกรรมของเด็กปฐมวัย
3.3
บันทึกข้อมูลพฤติกรรมก้าวร้าวของเด็กปฐมวัย
ระหว่างกิจกรรมการเล่านิทานคุณธรรม
3.4 เมื่อสิ้นสุดการทดลอง นำข้อมูลมาวิเคราะห์ทางสถิติ
เปรียบเทียบข้อมูลพื้นฐานทุกด้านเพื่อการศึกษาการเปลี่ยนแปลงของพฤติกรรมก้าวร้าวของเด็กปฐมวัยที่มีระดับความเชื่อมั่นต่างกันตลอดช่วงเวลาการจัดกิจกรรมการเล่านิทานคุณธรรม
โดยนำคะแนนของผู้สังเกตมาวิเคราะห์ด้วยวิธีทางสถิติ
4.การเก็บรวบรวมข้อมูล
ผู้วิจัยดำเนินการทดลองและเก็บรวบรวมข้อมูลดังนี้
1.เก็บรวบรวมข้อมูลจากการบันทึกแบบสังเกตพฤติกรรมก้าวร้าวของเด็กปฐมวัยที่ผู้วิจัยสร้างขึ้นโดยใช้ผู้สังเกตจำนวน
2 คน คือ ผู้วิจัยและผู้ช่วยผู้วิจัย
2.เก็บข้อมูลพื้นฐานทุกด้านจากกลุ่มตัวอย่างจำนวน
30 คน
โดยสังเกตพฤติกรรมก้าวร้าวของเด็กปฐมวัยขณะได้รับการจัดกิจกรรมการเล่านิทานคุณธรรม
การบันทึกคะแนน
1.การบันทึกแบบสังเกตพฤติกรรมก้าวร้าว
ถ้าในช่วงเวลาที่ทำการสังเกต
เด็กเกิดพฤติกรรมก้าวร้าวตรงกับข้อใดและตรงกับช่องระดับคะแนนของพฤติกรรมก้าวร้าวข้อใด
ให้ทำเครื่องหมาย / ลงในข้อนั้น
2.การบันทึกการให้คะแนนของแบบสังเกตพฤติกรรมก้าวร้าวกำหนดเป็น
1,2,3
3.เมื่อสิ้นสุดแต่ละสัปดาห์
นำคะแนนของผู้สังเกตทั้ง 2 คนมาหาผลรวม
เพื่อนำข้อมูลที่ได้มาวิเคราะห์ด้วยวิธีทางสถิติ
5.การวิเคราะห์ข้อมูล
ผู้วิจัยนำข้อมูลที่ได้จากการทดลองมาวิเคราะห์ข้อมูล เสนอตามลำดับดังนี้
1.
หาค่าสถิติพื้นฐานของพฤติกรรมก้าวร้าวของเด็กปฐมวัย
ก่อนและระหว่างทำการทดลองในแต่ละสัปดาห์ โดยนำข้อมูลมาวิเคราะห์หาคะแนนเฉลี่ย (Mean) และความเบี่ยงเบนมาตรฐาน โดยใช้การคำนวณในโปรแกรมคอมพิวเตอร์
2.วิเคราะห์ความแปรปรวนของคะแนนพฤติกรรมก้าวร้าวของเด็กปฐมวัย
โดยใช้วิธีวิเคราะห์ความแปรปรวนแบบวัดซ้ำ (One
– way Repeated-Measures ANOVA) โดยใช้การคำนวณในโปรแกรมคอมพิวเตอร์
สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล
1.สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์เครื่องมือ
1.1
การหาความเที่ยงตรงตามเนื้อหาของแบบสังเกตพฤติกรรมก้าวร้าวของเด็กปฐมวัย
โดยใช้ดัชนีความสอดคล้องระหว่างการจัดกิจกรรมการเล่านิทานคุณธรรมกับจุดประสงค์
โดยใช้สูตร IOC ดังนี้
IOC = ![]()
เมื่อ IOC แทน ดัชนีความสอดคล้องระหว่างพฤติกรรมก้าวร้าวกับจุดประสงค์
แทน ผลรวมคะแนนความคิดเห็นของผู้เชี่ยวชาญ
N แทน จำนวนผู้เชี่ยวชาญ
1.2
ค่าความเชื่อมั่นของแบบสังเกตพฤติกรรมก้าวร้าวของเด็กปฐมวัย
วิธีหาจากสูตรสัมประสิทธิ์ แอลฟา
การหาค่าความเที่ยงโดยใช้สูตรของครอนบัค
(Cronbach)
นี้ปรับมาจากสูตร KR-20 ใช้หาความเที่ยงของเครื่องมือวัดที่ให้คะแนนแตกต่างกันไปในแต่ละข้อได้
โดยไม่จำเป็นต้องเป็นระบบการให้คะแนนแบบ ๑ กับ 0 สูตรการคำนวณเป็นดังนี้
a = ![]()
เมื่อ a = แทนความเที่ยงของแบบทดสอบ
=
แทนความแปรปรวนของแบบทดสอบ
=
แทนความแปรปรวนของคะแนนรวมของแบบทดสอบ
K
= แทนจำนวนแบบทดสอบทั้งหมด
การหาค่าความเที่ยงโดยใช้สูตรสัมประสิทธิ์แอลฟาสามารถหาได้โดยใช้ผลการสอบจากแบบทดสบอบฉบับเดียวนำไปสอบกับบุคคลกลุ่มเดียวและนำไปใช้กันได้อย่างกว้างขวางโดยไม่จำกัดเฉพาะแบบทดสอบที่ให้คะแนน
๑ กับ o
2.สถิติพื้นฐาน
2.1
การหาค่าเฉลี่ยของคะแนน (Mean)
= ![]()
เมื่อ
แทน ค่าเฉลี่ย
Σ x แทน ผลรวมทั้งหมดของข้อมูล
n
แทน จำนวนข้อมูลทั้งหมด
2.2 ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (Standard
Deviation) ใช้สูตร
S.D = ![]()
เมื่อ S.D แทน ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน
แทน ผลรวมทั้งหมดของข้อมูล
แทน ผลรวมของข้อมูลแต่ละตัวยกกำลังสอง
N แทน จำนวนข้อมูลทั้งหมด
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น